กำลังใจจาก สตีเฟน ฮอว์กิง สำหรับชีวิตที่ต้องดำเนินต่อไป

สตีเฟน ฮอว์กิง นักฟิสิกส์ทฤษฎีและนักจักรวาลวิทยา ศาสตราจารย์ประจำ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ผู้เขียนหนังสือ A Brief History of Time ชื่อภาษาไทยว่า “ประวัติย่อของกาลเวลา” (สำนักพิมพ์มติชน) ที่ขายดีไปทั่วโลก เสียชีวิตลงแล้วด้วยวัย 76 ปีเมื่อวันพุธที่ 14 มีนาคม 2561ที่ผ่านมา

แต่ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 54 ปีก่อน ฮอว์กิง ที่ถูกวินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนอ่อนแรงเอแอลเอส (Amyotrophic Lateral Sclerosis: ALS) และจะมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียง 2-3 ปีเท่านั้น

ทว่า ฮอว์กิง กลายเป็นผู้ป่วยที่ท้าทายวงการแพทย์ยุคใหม่ที่สามารถมีชีวิตรอดมาได้ถึง 54 ปีแม้ว่าจะต้องนั่งอยู่บนรถเข็น ช่วยตัวเองไม่ได้ สื่อสารกับผู้อื่นผ่านคอมพิวเตอร์ที่ติดอยู่บนรถเข็น หากฮอว์กิง ก็ใช้ชีวิตของเขาด้วยวิญญาณอิสระภายในวันนี้แม้ว่าฮอว์กิงจะจากไปแล้วหากผลงานของเขายังคงล้ำค้าสำหรับวงการวิทยาศาสตร์ และ การศึกษาจักรวาล

บรรทัดต่อจากนี้ Tonkit360 ขอนำคุณผู้อ่านไปรู้จัก สตีเฟน ฮอว์กิง ชายผู้อยู่เหนือกาลเวลาและข้อจำกัดของร่างกายมนุษย์กับมุมมองชีวิตที่เขามีและได้ถ่ายทอดให้กับคนรุ่นหลังได้ฟัง จากบทสัมภาษณ์กับสื่อ และงานปาฐกถา รวมไปถึงภาพที่ผู้คนในทวิตเตอร์ ได้สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นการไว้อาลัยให้กับ ฮอว์กิง และเปรียบการลาจากของเขาเป็นการเดินทางครั้งใหม่ของชายผู้ค้นหาความลับของจักรวาล

เมื่อฮอว์กิง พูดถึงการใช้ชีวิต

“จงมองไปยังดวงดาวบนท้องฟ้า อย่ามัวแต่หมกมุ่นอยู่กับตนเอง”

เป็นคำสอนที่ฮอว์กิ้งใช้สอนลูกทั้งสามคนของเขาที่ต้องการสื่อสารว่ามนุษย์เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตเล็กๆในจักรวาลเท่านั้น

“การทำงานทำให้ชีวิตเรามีความหมาย และมีเป้าหมาย ถ้าคุณไม่ทำงานการมีชีวิตอยู่ก็คือความว่างเปล่า และถ้าคุณโชคดีพอได้ทำงานที่คุณรักจงจำเอาไว้เสมอว่า จงอดทนต่ออุปสรรคและอย่าได้ทำมันพังด้วยมือของคุณเอง”

บทสัมภาษณ์ช่วงหนึ่งของ ฮอว์กิง กับนักข่าว ABC

“แม้ว่าชีวิตจะเลวร้ายเพียงใด ขอเพียงจำเอาไว้เสมอว่าคนเราจะมีความสามารถพอที่จะประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตนเองถนัดที่สุด และจงจำไว้ว่า การมีชีวิตหมายถึงมีความหวัง”

ฮอว์กิงพูดบนเวทีปาฐกถาที่มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งฮ่องกง

เมื่อฮอว์กิง พูดถึงมุมมองชีวิตในฐานะคนพิการ

“คำแนะนำของผมสำหรับผู้พิการคงต้องบอกว่า คุณอย่าได้ใส่ใจกับความพิการที่คุณเป็นให้มากนัก อย่าเสียใจที่ต้องเป็นคนพิการ เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วเราต้องอยู่กับมันถ้าเรามัวแต่ไปหมกมุ่นอยู่กับอาการเจ็บป่วย คุณจะไม่กล้าทำอะไรเลย จงพิการเพียงแค่ร่างกาย อย่าได้พิการในจิตวิญญาณ”

บทสัมภาษณ์จากหนังสือพิมพ์ นิวยอร์คไทม์

“แม้ว่าผมจะเดินไม่ได้ เคลื่อนไหวร่างกายไม่ได้ และต้องพูดผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่ผมรู้สึกได้ถึงวิญญาณอิสระในตัวเอง”

ฮอว์กิงพูดถึงความพิการในสารคดีที่เกี่ยวกับตัวเขา Into the Universe with Stephen Hawking

เมื่อฮอว์กิง พูดถึงการเป็นคนดัง

ในอีกมุมหนึ่งนักฟิสิกต์ อย่างฮิอว์กิง ก็มีอารมณ์ขันเมื่อเขาพูดถึงความดังของตัวเอง โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวชาวอิสราเอลว่า

“ข้อเสียของการเป็นคนดังคือเวลาผมไปไหนใครๆก็ดันจำได้ จะให้ใส่แว่นกันแดด หรือ วิก เพื่อพรางตัวสำหรับผมแล้วมันไม่ง่ายเลย เพราะใครๆก็จำรถเข็นของผมได้”

เมื่อฮอว์กิง พูดถึงความตาย

“ผมมีชีวิตอยู่โดยที่ถูกวินิจฉัยว่าจะต้องตายเมื่อ 49 ปีก่อน มันทำให้ผมไม่กลัวความตาย แต่ผมก็ไม่ได้อยากจะรีบตาย ผมยังมีสิ่งที่อยากทำอีกมาก”